
“หงส์แดง” ระส่ำขอแค่ไม่แพ้เพื่อล็อกท็อปไฟว์ เปิดรังรับ “ผึ้งพิฆาต” ที่พร้อมบุกเอี่ยวตั๋วยุโรปนัดปิดซีซั่น
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | ลิเวอร์พูล VS เบรนท์ฟอร์ด | เกมสัปดาห์ที่ 38 (นัดสุดท้าย) | วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2026
พรีวิว
ลิเวอร์พูล เจ้าถิ่น ทราบดีว่าพวกเขากล้าการันตีตำแหน่งท็อปไฟว์ของศึก พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ทันที หากไม่แพ้คาบ้านต่อ เบรนท์ฟอร์ด ทีมผู้มาเยือนที่มีลุ้นพื้นที่ยุโรปเช่นกัน ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลวันอาทิตย์นี้ โดยทัพ หงส์แดง ของกุนซือ อาร์เน่ สล็อต รั้งอันดับ 5 มี 59 คะแนน และยังมีลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้ว่าจะแพ้ในเกมนี้ เนื่องจากมีแต้มนำหน้าทีมอันดับ 6 อย่าง บอร์นมัธ อยู่ 3 คะแนน ขณะที่ฝั่งทัพ ผึ้งพิฆาต ทีมอันดับ 9 มี 52 คะแนน และกำลังลุ้นโอกาสคว้าตั๋วไปเล่น ยูโรปา ลีก อย่างเต็มตัว
แมตซ์ พรีวิว
ลิเวอร์พูล
ฤดูกาลอันน่าผิดหวังของทัพ หงส์แดง กำลังจะสิ้นสุดลงในวันอาทิตย์นี้ ซึ่งต่อให้พวกเขาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ ก็ยังเป็นสถิติเก็บคะแนนได้น้อยที่สุดในรอบ 10 ฤดูกาลหลังสุดของสโมสร ก่อนหน้านี้ อาร์เน่ สล็อต ถูกคาดหวังให้พาทีมลุ้นแชมป์หลังจากสโมสรทุ่มเงินเสริมทัพไปถึง 450 ล้านปอนด์ แต่หากพวกเขาปราชัยในเกมนี้ จะเป็นการแพ้ครั้งที่ 3 จาก 4 เกมหลังสุด และเป็นการไร้ชัยชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 อีกด้วย โดยเกมล่าสุดพวกเขาเพิ่งบุกไปพ่าย แอสตัน วิลล่า 4-2 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ทำสถิติเสียประตูติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 ในทุกรายการ และโดนส่องตาข่ายไปถึง 8 ประตูจาก 3 นัดหลังสุดในลีก อย่างไรก็ตาม การเล่นที่สนาม แอนฟิลด์ ยังพอช่วยให้ทีมเหนียวแน่นขึ้นบ้าง แม้ว่าผลงานชนะ 2 เสมอ 3 จาก 5 นัดหลังสุดในบ้านจะไม่ใช่ฟอร์มที่แข็งแกร่งนัก โดยทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมอร์ซีย์ไซด์ยิงได้เพียงประตูเดียวจาก 4 ใน 7 นัดยามเฝ้ารังเจอกับทีมในกลุ่มท็อปไนน์ และยิงได้หนึ่งประตูหรือน้อยกว่านั้นถึง 5 จาก 9 นัดหลังสุดในบ้าน แถมการเจอกันที่สนาม จีเทค คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม เมื่อเดือนตุลาคม 2025 พวกเขาก็พลาดท่าแพ้ เบรนท์ฟอร์ด มา 3-2 แม้จะเคยชนะมา 5 นัดติดต่อก่อนหน้านั้นก็ตาม
เบรนท์ฟอร์ด
เกมวันอาทิตย์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความหวังในการไปเล่นฟุตบอลยุโรป เนื่องจากพวกเขามีแต้มเท่ากับ เชลซี ทีมอันดับ 8 ที่ครองโควตา คอนเฟอเรนซ์ ลีก และตามหลัง ไบรท์ตัน ทีมอันดับ 7 ในพื้นที่ ยูโรปา ลีก อยู่เพียง 2 คะแนนเท่านั้น แม้ว่าเงื่อนไขในวันสุดท้ายจะซับซ้อน แต่หากทัพ ผึ้งพิฆาต ไม่สามารถทำประตูเพื่อชดเชยลูกได้เสียที่ตามหลัง เชลซี อยู่ 4 ลูกได้ กุนซือ คีธ แอนดรูวส์ อาจต้องกลับมานึกเสียดายฟอร์มช่วงหลัง โดยพวกเขามีสถิติแพ้แค่ 2 จาก 9 เกมพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ก็จริง แต่กลับสะกดคำว่าชนะได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ฟอร์มเยือนก็น่าเป็นห่วงหลังไร้ชัยมา 4 นัดติดนอกบ้าน และหากแพ้อีกจะทำให้แพ้เกมเยือน 3 นัดรวด แถมพวกเขายังคลำเป้าไม่เจอถึง 3 จาก 4 เกมเยือนหลังสุด ทว่ายังมีสถิติเกมรับที่โดนส่องอย่างน้อย 2 ประตูถึง 7 จาก 11 นัดหลังสุดในลีกสูงสุดที่ต้องระวัง
ฟอร์มล่าสุด
ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก) : ชนะ ชนะ ชนะ แพ้ เสมอ แพ้
ลิเวอร์พูล (ทุกรายการ) : แพ้ ชนะ ชนะ แพ้ เสมอ แพ้
เบรนท์ฟอร์ด (พรีเมียร์ลีก) : เสมอ เสมอ แพ้ ชนะ แพ้ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
ลิเวอร์พูล
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า อาร์เน่ สล็อต จะส่ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงสนามเป็นตัวจริงหรือไม่ หลังจากปีกชาวอียิปต์โพสต์ข้อความในเชิงตำหนิผู้จัดการทีมผ่านโซเชียลมีเดีย แต่เนื่องจากดาวเตะวัย 33 ปีรายนี้กำลังจะย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาล การดรอปเขาออกจากทีมอาจกลายเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างกุนซือกับแฟนบอลในบ้านอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เตรียมลงสนามเกมนัดอำลาทีม เช่นเดียวกับผู้รักษาประตูอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ที่หวังจะได้ลงเฝ้าเสาในเกมนัดสุดท้ายของเขากับสโมสรเช่นกัน ส่วนขุมกำลังรายอื่นอย่าง โดมินิก โซบอสไล, อิบราฮิมา โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, ไรอัน กราเฟนแบร์ค, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์, ฟลอเรียน เวิร์ตซ์, ริโอ เอ็นกูโมฮา และ โคดี้ กัคโป พร้อมลงประจำการ
เบรนท์ฟอร์ด
กุนซือ คีธ แอนดรูวส์ คาดว่าจะจัดทัพผู้เล่นชุดที่แข็งแกร่งที่สุดลงสนามอย่างแน่นอน โดยจะมีชื่อของ ควิวีน เคลเลเฮอร์ อดีตผู้รักษาประตูของเจ้าถิ่นลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริง รวมถึง เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ที่จะได้ลงดวลกับทีมเก่าของตัวเอง ขณะที่กองกลางจอมเก๋าอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็มีลุ้นที่จะได้กลับมาลงสนามเผชิญหน้ากับทีมเก่าเช่นเดียวกัน ในส่วนของเกมรุกพวกเขามีตัวเลือกมากมาย แต่จุดที่อันตรายที่สุดคือการประสานงานในแดนหน้าระหว่างกองหน้าตัวเป้าอย่าง อิกอร์ ติอาโก้ ที่จะคอยล่าตาข่ายร่วมกับตัวริมเส้นความเร็วสูงอย่าง ดันโก้ วอตตาร่า และ เควิน ชาเด้ โดยมี เยกอร์ ยาร์โมลิอุค, คริสเตียน ดัมส์การ์ด และ คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ คอยสนับสนุน
คาดการณ์ผู้เล่น
ลิเวอร์พูล : อลิสซอน; โซบอสไล, โกนาเต้, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน; กราเฟนแบร์ค, แม็ค อัลลิสเตอร์; ซาลาห์, เวิร์ตซ์, เอ็นกูโมฮา; กักโป
เบรนท์ฟอร์ด : เคลเลเฮอร์; คาโยเด้, ฟาน เดน เบิร์ก, คอลลินส์, ลูอิส-พ็อตเตอร์; ยาร์โมลิอุค, เฮนเดอร์สัน; วอตตาร่า, ดัมส์การ์ด, ชาเด้; ติอาโก้
วิเคราะห์คาดการณ์
ลิเวอร์พูล เจอปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องผลงานย่ำแย่ไม่ชนะใครมา 3 นัดติดในลีก และล่าสุดบุกพ่าย แอสตัน วิลล่า 4-2 จนเกมรับเสียประตูง่ายรวมถึงปัญหาความขัดแย้งภายในระหว่าง อาร์เน่ สล็อต กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อย่างไรก็ตาม เกมนี้เป็นการเล่นต่อหน้าแฟนบอลในบ้านตัวเองนัดปิดฤดูกาล และยังเป็นแมตช์อำลาของแข้งสำคัญอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และอาจรวมถึง อลิสซอน เบ็คเกอร์ ทำให้น่าจะช่วยกระตุ้นความมุ่งมั่นของนักเตะให้อยากเก็บชัยชนะส่งท้าย ขณะที่ฝั่ง เบรนท์ฟอร์ด แม้จะต้องการแต้มเพื่อลุ้นพื้นที่ยุโรป แต่ผลงานช่วงหลังนอกจากจะชนะได้แค่หนเดียวจาก 9 เกมแล้ว ฟอร์มการเล่นนอกบ้านยังย่ำแย่หนัก ไม่ชนะใครมา 4 นัดติดในเกมเยือน และแนวรุกยังฝืดสนิทปืนฝืดทำประตูไม่ได้ถึง 3 จาก 4 นัดเยือนล่าสุด ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการมาเยือนสนาม แอนฟิลด์ ก่อนหน้านี้ของทัพผึ้งพิฆาตก็มักจะลงเอยด้วยความปราชัย คาดว่าเกมนี้แม้เจ้าถิ่นจะมีฟอร์มที่กระท่อนกระแท่นและมีรอยร้าวในทีม แต่ด้วยศักยภาพของผู้เล่นอย่าง ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ และความกระหายที่จะกู้หน้าในรังตัวเอง จะช่วยให้ทัพ หงส์แดง บดเอาชนะทีมเยือนที่เกมนอกบ้านแตกลึกไปได้อย่างหวุดหวิด
คาดการณ์สกอร์ : ลิเวอร์พูล 2-1 เบรนท์ฟอร์ด
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: ลิเวอร์พูล – แม้ฟอร์มช่วงหลังจะย่ำแย่แต่เกมนี้ได้กลับมาเล่นที่สนาม แอนฟิลด์ นัดส่งท้ายฤดูกาล ซึ่งพวกเขามีแรงจูงใจในการรักษาอันดับท็อปไฟว์และจัดเกมนัดอำลาให้ผู้เล่นตัวเก๋า สวนทางกับ เบรนท์ฟอร์ด ที่ฟอร์มเยือนย่ำแย่หนักไร้ชัยชนะนอกบ้านมา 4 นัดติดต่อกัน และแพ้รวดมาใน 2 เกมเยือนหลังสุด ทำให้เจ้าบ้านมีโอกาสเบียดชนะได้มากกว่า
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง – สถิติเกมรับของ ลิเวอร์พูล ค่อนข้างมีปัญหาชัดเจนหลังเสียประตูมา 5 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และโดนเจาะไปถึง 8 ประตูจาก 3 นัดหลังสุด ขณะที่สถิติการเจอกันเมื่อต้นฤดูกาลก็ถล่มกันยับเยินถึง 3-2 ประกอบกับทีมเยือนก็พร้อมเปิดเกมแลกเพื่อลุ้นตั๋วยุโรป จึงคาดว่าเกมนี้จะมีประตูรวมกันเกิน 2.5 ลูก
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ – จากปัญหาแนวรับของ ลิเวอร์พูล ที่เสียประตูง่ายในช่วงหลัง เปิดโอกาสให้แนวรุกของ เบรนท์ฟอร์ด อย่าง อิกอร์ ติอาโก้ หรือ เควิน ชาเด้ มีลุ้นส่องประตูได้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันแนวรุกของเจ้าถิ่นนำโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โคดี้ กัคโป ก็ยังมีความเฉียบคมพอที่จะเจาะตาข่ายอดีตนายด่านเก่าอย่าง ควิวีน เคลเลเฮอร์ ได้เช่นกัน
ทีมได้ประตูแรก : ลิเวอร์พูล – ทัพ หงส์แดง จะเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรกเพื่อหวังทำประตูคลายความกดดันและเรียกศรัทธาจากแฟนบอลในบ้าน สอดคล้องกับ เบรนท์ฟอร์ด ที่มักจะมีปัญหากับเกมเยือนและโดนเจาะประตูได้ง่ายยามออกนอกบ้าน โดยเสียอย่างน้อยสองประตูถึง 7 จาก 11 นัดหลังสุด น่าจะส่งผลให้เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายพังประตูขึ้นนำได้ก่อน