Menu Close

วิเคราะห์บอล [ ลีกทู อังกฤษ 2025-26 ] น็อตต์สเคาน์ตี้ VS ซอลฟอร์ด ซิตี้

“สาลิกาน้อย” ท้าชน “ดิ แอมมีส์” ศึกเพลย์ออฟนัดชิงดำชิงตั๋วสู่ลีกวันระอุสังเวียนเวมบลี่ย์

สก็อตแลนด์ พรีเมียร์ชิพ | น็อตต์สเคาน์ตี้ VS ซอลฟอร์ด ซิตี้ | เพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ (แข่งที่เวมบลีย์) | วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2026

พรีวิว

น็อตต์สเคาน์ตี้ และ ซอลฟอร์ด ซิตี้ เตรียมตบเท้าพากันเดินทางสู่สนามศาลเจ้าลูกหนังเวมบลีย์ในวันหยุดธนาคารวันจันทร์นี้ เพื่อลงสนามเผชิญหน้ากันในศึก ลีกทู เพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ โดยทางฝั่ง สาลิกาน้อย ผ่านเข้าสู่เกมนัดชิงดำมาได้ด้วยการเบียดเอาชนะ เชสเตอร์ฟิลด์ สกอร์รวมสองนัด 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่ ดิ แอมมีส์ ตบเท้าผ่านเข้ารอบมาแบบสุดดราม่าระทึกใจด้วยการพลิกเอาชนะ กริมสบี้ ทาวน์ สกอร์รวมสองนัด 4-3 หลังจากต้องยืดเยื้อเล่นกันจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษในเกมนัดที่สอง
 

แม็ตช์ พรีวิว

น็อตต์สเคาน์ตี้

ทีมของกุนซือ มาร์ติน เพเทอร์สัน มีโอกาสคว้าตั๋วเลื่อนชั้นอัตโนมัติโดยไม่ต้องเหนื่อยในรอบเพลย์ออฟในเกมนัดปิดฤดูกาลปกติของศึก ลีกทู แต่ทว่าการทำได้เพียงแค่เสมอกับ บริสตอล โรเวอร์ส ส่งผลให้พวกเขาจบอันดับที่ 5 ของตารางอย่างน่าเสียดาย จนต้องมาตัดเชือกในรอบรองชนะเลิศกับ เชสเตอร์ฟิลด์ ซึ่งจากการดวลกันตลอด 180 นาที ประตูโทนของ เจย์เดน ลูเกอร์ กลายเป็นประตูชัยตัดสินเกมช่วยให้ สาลิกาน้อย เฉือนผ่านเข้าสู่เวมบลีย์ได้สำเร็จ โดยเป้าหมายคือการเลื่อนชั้น ณ สังเวียนแห่งชาติเป็นครั้งที่สองในรอบสี่ปี ประวัติศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้ของทีมเต็มไปด้วยความปั่นป่วนนอกสนามจากปัญหาทางการเงินภายใต้เจ้าของทีมคนเก่า จนส่งผลให้ต้องร่วงหล่นออกจากอิงลิชฟุตบอลลีกในปี 2019 และสร้างความกังวลต่ออนาคตระยะยาวของสโมสร อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูทีมอย่างแข็งแกร่งภายใต้เจ้าของทีมคนใหม่ทำให้พวกเขาก้าวกลับสู่ ลีกทู และตอนนี้ยืนห่างจากตั๋วกลับคืนสู่ ลีกวัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015 เพียงแค่ 90 นาทีเท่านั้น ทว่าฟอร์มการเล่นก่อนลงสนามเกมนี้น่ากังวลเล็กน้อยสำหรับทีมของ มาร์ติน เพเทอร์สัน เนื่องจากคว้าชัยชนะได้เพียง 2 จาก 8 นัดหลังสุด แถมยังเคยโดนทีมเลื่อนชั้นอย่าง แคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ถล่มยับเยิน 4-0 รวมถึงการปราชัยให้แก่คู่แข่งในเกมนัดนี้ในช่วงดังกล่าวอีกด้วย

ซอลฟอร์ด ซิตี้

ทีมเยือนก้าวผ่านโครงสร้างลีกฟุตบอลได้อย่างรวดเร็วหลังจากถูกเทคโอเวอร์โดยกลุ่มตำนานนักเตะ ‘คลาส ออฟ 92’ เมื่อกว่า 12 ปีที่แล้ว พร้อมกับสร้างสถิติสุดหรูด้วยการเลื่อนชั้นถึง 4 ครั้งภายในเวลา 5 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนที่เส้นทางเลื่อนชั้นอันร้อนแรงจะหยุดลงในปี 2019 เมื่อ ดิ แอมมีส์ สามารถเลื่อนชั้นจาก เนชันนัลลีก ขึ้นสู่ ลีกทู และปักหลักจมอยู่บนลีกนี้มาโดยตลอดนับตั้งแต่นั้นมา หลังจากพลาดโควตาเลื่อนชั้นอัตโนมัติในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลปกติ พวกเขาก็ก้าวเข้าสู่รอบเพลย์ออฟเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ของสโมสรบนเวทีอีเอฟแอล โดยกุนซือ คาร์ล โรบินสัน ซึ่งเข้ามาคุมทีมแห่งเกรเตอร์แมนเชสเตอร์รายนี้มานานเกือบสองปีครึ่ง ได้ออกมาประกาศว่าการเดินทางสู่เวมบลีย์ในครั้งนี้ถือเป็น “โอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร” พวกเขาเดินทางลงใต้มาหลังจากหักด่าน กริมสบี้ มาได้ในเกมสองนัดสุดตื่นเต้น โดยเกมแรกทีมของ คาร์ล โรบินสัน บุกไปกุมความได้เปรียบชนะมาก่อน 2-1 ที่สนาม บลันเดลล์ พาร์ค ก่อนจะกลับมาพ่ายคาบ้านด้วยสกอร์ 2-1 ในเกมนัดที่สอง ส่งผลให้ต้องต่อเวลาพิเศษ และเป็น ดิ แอมมีส์ ที่ตีตั๋วชิงชนะเลิศได้สำเร็จจากประตูชัยนาทีที่ 117 ของ คัลลัม เซเซย์ ซึ่งลูกยิงตัดสินเกมนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ตื้นตันใจของกองหลังรายนี้ที่เหมาคนเดียวสองประตูในรอบตัดเชือกหลังเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป ส่วนสถิติการเจอกันในฤดูกาลปกติ ปรากฏว่า ซอลฟอร์ด เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 ทั้งที่สนาม เมโดว์ เลน และ พีนินซูลา สเตเดี้ยม
 

ฟอร์มล่าสุด

น็อตต์สเคาน์ตี้ (ลีกทู) : แพ้ แพ้ ชนะ เสมอ ชนะ เสมอ

ซอลฟอร์ด ซิตี้ (ลีกทู) : เสมอ ชนะ ชนะ เสมอ ชนะ เสมอ
 

สภาพความพร้อมของทีม

น็อตต์สเคาน์ตี้

เจ้าบ้านเดินทางสู่เวมบลีย์ด้วยความได้เปรียบทางอ้อมเนื่องจากไม่ต้องเหนื่อยเล่นถึง 30 นาทีในช่วงต่อเวลาพิเศษเหมือนคู่แข่ง และยังมีข้อได้เปรียบในการจัดทัพจัดเต็มชุดเดิมลงสนามได้ทันที โดยไม่มีปัญหากังวลเรื่องสภาพความฟิตของแผงกองกลางตัวหลักอย่าง โจดี้ โจนส์ แต่อย่างใด แม้ว่าเขาจะถูกเปลี่ยนตัวออกไวในเกมกับ เชสเตอร์ฟิลด์ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่อาการไม่ได้รุนแรงและคาดว่าจะพร้อมลงสตาร์ทตัวจริงในเกมนัดสำคัญวันจันทร์นี้แน่นอน โดย โจดี้ โจนส์ จะลงประสานงานในแผงมิดฟิลด์สี่คนเพื่อสนับสนุนสามประสานแนวรุกอย่าง ทอม ออร์เพนดา, เจย์เดน ลูเกอร์ และ อลาซานา จัตตา กองหน้าตัวเก่งที่เตรียมลงสนามเป็นนัดที่ 32 ของฤดูกาลเพื่อล่าตาข่ายเพิ่มจากเดิมที่ยิงไปแล้ว 15 ประตู ขณะที่เกมรับจะยังคงไม่มีชื่อของ ลูอิส มาคารี กองหลังที่ยังบาดเจ็บอยู่

ซอลฟอร์ด ซิตี้

ทีมเยือนไม่มีรายงานปัญหานักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติมเข้ามา แม้ว่าจะต้องกรำศึกหนักเล่นเกิน 120 นาทีเต็มในรอบรองชนะเลิศก็ตาม เนื่องจากช่วงเวลาพักเบรกที่ยาวนานระหว่างแมตช์ช่วยให้นักเตะฟื้นฟูสภาพร่างกายกลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มที่ ทำให้กุนซือ คาร์ล โรบินสัน สามารถยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่เสมอกับ กริมสบี้ ลงสนามได้อย่างไร้ปัญหา ทว่าเกมนี้พวกเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฮอร์เก้ แกรนท์, ออสซามา แอชลีย์ และ แซค อาวี ที่ยังไม่พร้อมช่วยทีม ส่วนในรายของ คาดีม แฮร์ริส สลัดอาการบาดเจ็บกลับมานั่งสแตนบายบนม้านั่งสำรองเรียบร้อยแล้วและหวังจะลงมาสร้างจุดเปลี่ยน ด้านสองผู้เล่นอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ และ เบน วูดเบิร์น ที่ถูกส่งลงเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษนัดก่อน กำลังพยายามเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริง แต่คาดว่าบิ๊กบอสของทีมไม่น่าจะปรับเปลี่ยน 11 ตัวจริงนัดสำคัญนี้ขนานใหญ่
 

คาดการณ์ผู้เล่น

น็อตต์สเคาน์ตี้ : เบลชอว์; เนสส์, แมคโดนัลด์, เบโด; ซารูลลา, นอร์เบิร์น, โรเบิร์ตสัน, โจนส์; ออร์เพนดา, จัตตา, ลูเกอร์

ซอลฟอร์ด ซิตี้ : ยัง; เอ็มโนกา, โอลูโว, คูเปอร์, การ์บัตต์; เกรย์ดอน, บุทเชอร์, ออสเตอฟิลด์, เอ็นไม; เซเซย์, อูโดห์
 

วิเคราะห์คาดการณ์

น็อตต์สเคาน์ตี้ ได้เปรียบในเรื่องของสภาพร่างกายและความสดของผู้เล่นที่ชัดเจนหลังจากผ่านเกมรอบรองชนะเลิศมาได้โดยไม่ต้องเล่นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที อีกทั้งขุมกำลังชุดหลักอยู่กันครบครันนำโดย อลาซานา จัตตา ดาวยิงตัวเก่งประจำทีม ทว่าฟอร์มโดยรวมในช่วงหลังค่อนข้างแกว่งชนะได้แค่ 2 จาก 8 นัด สวนทางกับ ซอลฟอร์ด ซิตี้ ที่แม้จะเพิ่งผ่านศึกหนัก 120 นาทีเต็มจนสภาพร่างกายอาจล้ากว่า แต่พวกเขามีทีเด็ดและลูกฮึดที่น่ากลัวเห็นได้จากประตูชัยท้ายเกมของ คัลลัม เซเซย์ ยิ่งไปกว่านั้นหากเช็คสถิติการเจอกันในฤดูกาลปกติคู่นี้ถือเป็นงูเหลือมกับเชือกกล้วยอย่างแท้จริง โดยเป็นฝ่าย ดิ แอมมีส์ ที่สามารถผูกปีเอาชนะ สาลิกาน้อย ไปได้แบบไปกลับ 2-1 ทั้งสองนัด ประกอบกับความเก๋าเกมของกุนซือ คาร์ล โรบินสัน ที่มองว่านี่คือเกมประวัติศาสตร์สโมสร น่าจะวางแผนมาอย่างรัดกุมและอาศัยทีเด็ดในเกมรุกรวมถึงสถิติข่มขวัญเบียดเอาชนะคว้าตั๋วเลื่อนชั้นไปได้ในท้ายที่สุด
 

คาดการณ์สกอร์ : น็อตต์สเคาน์ตี้ 1 – 2 ซอลฟอร์ด ซิตี้
 

ข้อมูลที่น่าสนใจ

  • ทีมชนะ: ซอลฟอร์ด ซิตี้ – ทีมเยือนมีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการเจอกันในฤดูกาลปกติด้วยการเอาชนะมาได้ทั้งสองนัดด้วยสกอร์ 2-1 ประกอบกับฟอร์มการเล่นระยะหลังค่อนข้างเหนียวแน่นแพ้ยาก และมีแรงขับเคลื่อนใจสู้สูงมากจากเกมนัดดราม่าล่าสุด

  • สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง – จากสถิติการพบกันของทั้งสองทีมในฤดูกาลปกติมักจะลงเอยด้วยสกอร์สูง 2-1 เสมอ ประกอบกับทั้งสองทีมต่างมีแนวรุกที่อันตรายอย่าง อลาซานา จัตตา ของเจ้าถิ่น และ คัลลัม เซเซย์ ของทีมเยือน เกมนัดชิงดำที่ต่างฝ่ายต่างเปิดเกมรุกแลกน่าจะมีประตูเกิดขึ้นเกิน 2 ลูก

  • Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ – เกมนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟที่เวมบลีย์มีตั๋วเลื่อนชั้นเป็นเดิมพัน ทั้งสองทีมต่างพร้อมเปิดเกมบุกเข้าใส่เพื่อประตูชัย สถิติเดิมที่เจอกันยิงประตูได้ทั้งสองฝั่ง และในรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมาทั้งคู่ต่างก็โชว์ศักยภาพในการพังประตูคู่แข่งมาได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  • ทีมได้ประตูแรก : ซอลฟอร์ด ซิตี้ – ด้วยความมั่นใจจากสถิติที่ข่มมิดในการเจอกันฤดูกาลนี้ คาดว่าทีมเยือนจะเริ่มต้นเกมด้วยความคึกคักและอาศัยจังหวะเข้าทำที่เฉียบคมเพื่อพังประตูขึ้นนำเพื่อกุมความได้เปรียบไปก่อนในแมตช์นี้