
“ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” ท้าชน “หงส์แดง” ศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ครั้งแรก ณ สังเวียน ฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | เอฟเวอร์ตัน VS ลิเวอร์พูล | เกมสัปดาห์ที่ 33 | วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2026
พรีวิว
ไฮไลท์สำคัญของยุค ฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อ เอฟเวอร์ตัน และ ลิเวอร์พูล เตรียมลงทำศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ ครั้งแรกในบ้านหลังใหม่ของฝั่งสีน้ำเงินในบ่ายวันอาทิตย์นี้ โดยเจ้าบ้าน ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน กลับมาเฝ้ารังหลังจากบุกไปเสมอ เบรนท์ฟอร์ด แบบสุดมัน 2-2 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ฝั่ง หงส์แดง เพิ่งจะกระเด็นตกรอบรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก มาแบบหมดรูปเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้
แมตซ์ พรีวิว
เอฟเวอร์ตัน
แฟนบอลของ เอฟเวอร์ตัน น้อยคนนักที่จะลืมศึกสายเลือดครั้งสุดท้ายที่จัดขึ้น ณ กูดิสัน พาร์ค ซึ่งจบลงด้วยลูกวอลเลย์อันทรงพลังของ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ และอารมณ์ฉุนเฉียวหลังเกมของ อาร์เน่ สล็อต ทำให้การประเดิมสนาม ฮิลล์ ดิกกินสัน ในวันอาทิตย์นี้ถูกคาดหวังไว้สูงมาก สนามที่ล้ำสมัยของเจ้าถิ่นแห่งนี้คู่ควรกับการต้อนรับค่ำคืนฟุตบอลยุโรป และภายใต้การทำทีมของ เดวิด มอยส์ พวกเขากำลังผลักดันเพื่อนำฟุตบอลระดับทวีปกลับมาสู่ฝั่งสีน้ำเงินของ เมอร์ซีย์ไซด์ อีกครั้ง โดยปัจจุบันรั้งอันดับที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ท็อปเซเว่นอย่างมาก ในเกมล่าสุดพวกเขาเกือบจะพลาดท่าให้ เบรนท์ฟอร์ด แต่ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ มาทำประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 91 ช่วยให้ทีมแบ่งแต้มมาได้สำเร็จ จากผลงานเก็บได้ 10 คะแนนจาก 15 คะแนนเต็มในลีก ทำให้ เอฟเวอร์ตัน เริ่มต้นสุดสัปดาห์นี้ด้วยการตามหลัง เชลซี ทีมอันดับ 6 เพียงคะแนนเดียว และหากคว้าชัยชนะได้อีกนัด จะทำให้พวกเขามีแต้มทะลุ 50 คะแนนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2020-21 ในยุคของ คาร์โล อันเชล็อตติ นอกจากนี้หลังจากเอาชนะทั้ง เชลซี และ เบิร์นลีย์ ในสองเกมเหย้าหลังสุด ลูกทีมของ เดวิด มอยส์ มีโอกาสลุ้นชนะเกมเหย้าในลีกติดต่อกัน 3 นัดเป็นครั้งแรกที่บ้านหลังใหม่แห่งนี้ด้วย
ลิเวอร์พูล
ทางด้านทีมเยือน ลิเวอร์พูล ที่เคยเก็บชัยชนะมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งใน 59 สนามของ พรีเมียร์ลีก กำลังตั้งเป้าที่จะเป็นทีมแรกที่ชนะในสนามที่ 60 ของรายการนี้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแชมป์เก่าที่กำลังบอบช้ำ แม้ลูกทีมของ อาร์เน่ สล็อต จะเพิ่งหยุดสถิติไม่ชนะใครในลีก 3 นัดติดต่อกันด้วยการเอาชนะ ฟูแล่ม 2-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากการทำประตูของดาวรุ่งอย่าง ริโอ เอ็นกูโมฮา และตัวเก๋าอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่ความมั่นใจของพวกเขาก็ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วในคืนวันอังคารที่ผ่านมา เมื่อต้องพ่ายแพ้ให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยเฉพาะ อุสมาน เดมเบเล่ ที่เหมาคนเดียวสองประตูในครึ่งหลัง ส่งให้ หงส์แดง ตกรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 4-0 การกระเด็นตกรอบยุโรปพร้อมกับสถิติแพ้ 4 จาก 5 นัดหลังสุดในทุกรายการสะท้อนภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ อย่างไรก็ตามพวกเขายังคงกุมชะตาในการลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าด้วยการนำหน้า เชลซี อันดับ 5 อยู่ 4 คะแนน ทว่าฟอร์มการเล่นนอกบ้านก็น่ากังวลใจหลังแพ้รวดมา 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และการชนะ เอฟเวอร์ตัน ที่ แอนฟิลด์ เพียง 2-1 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็อาจไม่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มแฟนบอลมากนัก
ฟอร์มล่าสุด
เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก) : แพ้ ชนะ ชนะ แพ้ ชนะ เสมอ
ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก) : ชนะ ชนะ แพ้ เสมอ แพ้ ชนะ
ลิเวอร์พูล (ทุกรายการ) : ชนะ แพ้ แพ้ แพ้ ชนะ แพ้
สภาพความพร้อมของทีม
เอฟเวอร์ตัน
ถือเป็นโชคดีที่สภาพทีมเกือบสมบูรณ์เต็มที่ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โดยจะขาดเพียงแค่ แจ็ค กรีลิช ที่มีปัญหาบาดเจ็บที่เท้าเพียงรายเดียวเท่านั้น ส่วนในรายของ คาร์ลอส อัลคาราซ สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาช่วยทีมได้แล้ว ซึ่งการมีตัวเลือกที่ครบครันแบบนี้ทำให้ เดวิด มอยส์ ต้องเจอกับปัญหาในการเลือกตัวผู้เล่น แต่คาดว่าเขาน่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมที่ลงตัวอยู่แล้วต่อไป โดยเฉพาะ เบโต้ กองหน้าทีมชาติ กินี-บิสเซา ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงมีส่วนร่วมกับประตูถึง 5 ครั้งจาก 4 เกมหลังสุด น่าจะได้ออกสตาร์ทก่อน เธียร์โน่ แบร์รี่
ลิเวอร์พูล
ต้องเผชิญกับข่าวร้ายที่สุดในฤดูกาลหลังจากเพิ่งเสีย อูโก้ เอกิติเก้ ดาวยิงตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายฉีกขาดจากเกมเมื่อวันอังคาร ซึ่งอาจต้องพักยาวตลอดทั้งปีนี้ โดยเขาจะเข้าไปรวมกลุ่มกับผู้เล่นที่บาดเจ็บอยู่ก่อนหน้าอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์, จิโอวานนี่ เลโอนี (เข่า), คอเนอร์ แบรดลีย์ (เข่า) และ วาทารุ เอ็นโด (ข้อเท้า) นอกจากนี้ยังมีในรายของ โจ โกเมซ ที่มีอาการป่วยรบกวน ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ อิซัค แม้จะได้ลงเล่นแทนตำแหน่งของ อูโก้ เอกิติเก้ แต่ อาร์เน่ สล็อต ยอมรับว่านักเตะยังไม่ฟิตพอที่จะเล่นเต็ม 90 นาทีหลังเพิ่งหายจากอาการกระดูกขาแตก ทำให้ในช่วงท้ายเกมอาจต้องขยับ โคดี้ กัคโป หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าแทน
คาดการณ์ผู้เล่น
เอฟเวอร์ตัน : พิคฟอร์ด; โอไบรอัน, ทาร์คอฟสกี้, แบรนธ์เวต, มีโคเลนโก้; การ์เนอร์, กูเอเย่; แม็คนีล, ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์, เอ็นดิอาเย่; เบโต้
ลิเวอร์พูล : มามาร์ดาชวิลี; โซบอสไล, ฟาน ไดจ์ค, โกนาเต้, เคอร์เคซ; กราเวนเบิร์ช, โจนส์; ซาลาห์, เวิร์ตซ์, เอ็นกูโมฮา; อิซัค
วิเคราะห์คาดการณ์
การพบกันในศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ ครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทั้งสองทีม โดยเฉพาะเจ้าบ้าน เอฟเวอร์ตัน ที่หวังจะสร้างประวัติศาสตร์ในบ้านหลังใหม่อย่าง ฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม ภายใต้การนำของ เดวิด มอยส์ ที่กำลังทำผลงานได้แข็งแกร่งในบ้านด้วยการชนะมา 2 นัดติดและเสียประตูน้อยลง ผิดกับทางด้าน ลิเวอร์พูล ของ อาร์เน่ สล็อต ที่อยู่ในช่วงวิกฤตอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการตกรอบยุโรปแบบหมดสภาพและการขาดหายไปของดาวยิงคนสำคัญอย่าง อูโก้ เอกิติเก้ รวมถึงตัวหลักคนอื่นๆ อย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์ และ วาทารุ เอ็นโด ยิ่งไปกว่านั้นสถิติการเล่นนอกบ้านของ หงส์แดง ย่ำแย่ถึงขั้นแพ้รวดมา 4 นัดติดต่อกัน แม้ว่าพวกเขาจะมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และดาวรุ่งอย่าง ริโอ เอ็นกูโมฮา ที่ฟอร์มกำลังขึ้น แต่การขาดสมดุลในเกมรุกเมื่อไม่มีกองหน้าตัวเป้าที่ฟิตเต็มถังอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค ตลอดทั้งเกม อาจทำให้เจาะเกมรับที่เหนียวแน่นของ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ และ จาร์ราด แบรนธ์เวต ได้ยาก ขณะที่ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน มีความมั่นใจสูงและสภาพทีมเกือบเต็มร้อย โดยมี เบโต้ ที่กำลังมั่นใจสุดๆ คอยป่วนแนวรับทีมเยือน เชื่อว่าด้วยแรงใจในบ้านใหม่และความระส่ายระส่านของทีมเยือน จะทำให้เจ้าถิ่นมีแต้มในเกมนี้เป็นอย่างน้อย
สกอร์ที่คาด: เอฟเวอร์ตัน ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1
ข้อมูลที่น่าสนใจ
-
ทีมชนะ: เอฟเวอร์ตัน – เนื่องจากสถิติการเล่นนอกบ้านของ ลิเวอร์พูล ย่ำแย่แพ้ติดต่อกันมา 4 นัด และความได้เปรียบในสภาพทีมของ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ที่สมบูรณ์กว่ามาก
-
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : สูง – ทั้งสองทีมมักจะมีประตูเกิดขึ้นเสมอในการพบกัน และ เอฟเวอร์ตัน เพิ่งผ่านเกมที่ยิงรวมกับคู่แข่งถึง 4 ประตูมาในนัดล่าสุด
-
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ – ลิเวอร์พูล แม้จะฟอร์มตกแต่ยังมีตัวอันตรายอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ส่วนเจ้าบ้านเองก็มี เบโต้ ที่กำลังคม คาดว่าน่าจะทำประตูได้ทั้งคู่
-
ทีมได้ประตูแรก : เอฟเวอร์ตัน – ด้วยเสียงเชียร์ในบ้านใหม่และการที่ หงส์แดง มักจะเสียสมาธิในช่วงต้นเกมจากการโรเตชั่นและปัญหานักเตะบาดเจ็บ